ส่องภาพ Moto G72 คาดมาพร้อมจอ AMOLED กล้องหลัง 108MP ชาร์จไว 33W

Moto G72

Moto G72 มือถือระดับมิดเรนจ์รุ่นใหม่ที่มีการปล่อยภาพตัวอย่างออกมาแล้ว เบื้องต้นคาดว่ามันจะมาพร้อมหน้าจอแสดงผล AMOLED ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 120Hz ติดตั้งเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ

ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 12 ใช้ชิปประมวลผลประสิทธิภาพสูงอย่าง Snapdragon 695 5G ที่ให้ขุมพลังแรงระดับ 2.2GHz และมีกล้องหลัง 3 ตัว ความคมชัดสูงสุดถึง 108MP พร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5,000mAh รองรับระบบชาร์จไว 33W 

Moto G72 อาจใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 695 และ RAM ขนาดสูงสุด 8GB

Moto G72

Moto G72มาพร้อมบอดี้ที่มีคุณสมบัติป้องกันน้ำระดับ IP52 ที่สามารถป้องกันละอองน้ำที่เข้ามาในมุมไม่เกิน 15 องศาในแนวตั้งได้

ติดตั้งหน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด FHD+ บนอัตราส่วน 20:9 มีค่าความหนาแน่นเม็ดพิกเซลอยู่ที่ 398ppi รีเฟรชเรท 120Hz และติดตั้งเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ

ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 12 ใช้ชิปประมวลผลประสิทธิภาพสูงอย่าง Snapdragon 695 5G ขนาด 6 นาโนเมตร ให้ขุมพลังแรงสูงสุด 2.2GHz

ทำงานร่วมกับหน่วยประมวลผลกราฟิกแบบ Adreno 619 เสริมด้วยหน่วยความจำ RAM ขนาดสูงสุด 8GB และมีพื้นที่เก็บข้อมูลภายในความจุ 128GB พร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5,000mAh รองรับระบบชาร์จไว 33W 

Moto G72ยังมากับกล้องหลังแบบ 3 ตัว ความละเอียด 108MP+8MP+2MP รองรับการบันทึกวิดีโอความคมชัด FHD ที่ 30fps

Moto G72

พร้อมทั้งฟีเจอร์ถ่ายภาพให้เลือกใช้งานหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Dual Capture, Spot Color, Night Vision, Macro Vision, Cinemagraph, Portrait ฯลฯ และมีกล้องหน้าขนาด 16MP

ที่ใช้ดีไซน์แบบเจาะรูตรงกลางด้านบนหน้าจอ รองรับการบันทึกวิดีโอความคมชัด FHD ที่ 30fps เช่นเดียวกัน  ในส่วนของการเชื่อมต่อต่าง ๆ

คาดว่าจะรองรับทั้ง USB Type-C 2.0, Bluetooth 5.2, NFC, ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร รวมถึงรองรับคลื่นวิทยุ FM ได้ด้วย 

สำหรับMoto G72 ยังไม่มีข้อมูลเรื่องกำหนดการเปิดตัวและวางขาย แต่แหล่งข่าวจากอินเดียระบุว่า มันจะเคาะราคาวางจำหน่ายในอินเดียอยู่ที่ 19,990 รูปี หรือประมาณ 9,xxx บาท

Moto G72

แต่หลังจากเปิดตัวแล้วจะมีการส่งไปทำตลาดยังประเทศไหนบ้างนั้น คงต้องข่าวความเคลื่อนไหวจากข่าวจากทาง Motorola กันอีกทีหนึ่ง และอย่าพลาด uf99999 คาสิโนออนไลน์ ยูฟ่าเบท เล่นง่ายได้เงินจริง กับระบบ ฝากถอนออโต้ ให้รางวัลมากมาย

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

Pixel 7 Pro เจอปัญหาหน้าจอกินพลังงานมากผิดปกติ สูบแบตหาย 10% ภายใน 15 นาที!

Pixel 7 Pro

Pixel 7 Pro สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุดของค่าย Google กำลังเจอปัญหาเกี่ยวกับหน้าจอใช้พลังงานมากผิดปกติ สูบแบตเตอรี่หายไปถึง 10% ในเวลาแค่ 15 นาที โดยในการทดสอบปรับความสว่าง 600 nits ซึ่งเป็นความสว่างสูงสุดในการใช้งานแบบปกติ

ปรากฏว่าเจ้า Pixel Pro รุ่นใหม่นี้กินไฟไปถึง 3.5 – 4W ขณะที่ Pixel 6 Pro และ Galaxy S22+ กินไฟในความสว่างเท่ากันเพียง 2.9W และ 2W ตามลำดับ ทั้ง ๆ ที่ทั้ง 3 รุ่นใช้หน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED เหมือน ๆ กัน 

Pixel 7 Pro หน้าจอกินพลังงานมากกว่า S22+ ถึง 50% 

Pixel 7 Pro

XDA เว็บไซต์ทดสอบประสิทธิภาพมือถือชื่อดังเปิดเผยว่า หน้าจอของPixel 7 Pro มีปัญหาเกี่ยวกับการใช้พลังงานมากผิดปกติเมื่อปรับความสว่างในระดับสูง โดยจากการทดสอบชี้ให้เห็นว่า เมื่อปรับความสว่างไว้ที่ระดับ 600 nits ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในโหมดการใช้งานปกติ

ปรากฏว่าหน้าจอมือถือกินไฟสูงถึง 3.5 – 4W ขณะที่Pixel 6 Pro กับ Galaxy S22+ กินไฟเพียง 2.9W และ 2W ตามลำดับ ทั้ง ๆ ที่ทั้ง 3 รุ่นใช้หน้าจอ AMOLED เหมือนกัน 

เมื่อนำไปทดสอบใช้งานกลางแจ้งโดยปรับความสว่างมาที่ 1,000 nits ผลลัพธ์ก็ยังคงเหมือนเดิม โดยPixel 7 Pro สูบแบตเตอรี่เพิ่มเป็น 6W ขณะที่ Galaxy S22+ กินไฟไปเพียง 4W เท่านั้น หรือพูดง่าย ๆ ว่า

Pixel 7 Pro

สมาร์ทโฟนของ Google สูบแบตตเตอรี่มากกว่าของ Samsung อยู่ราว 50% เลยทีเดียว และถึงแม้ว่าตัวหน้าจอของ Pixel Pro รุ่นใหม่จะมีความละเอียด QHD+

ซึ่งมากกว่า Galaxy S22+ ที่มีความละเอียด FHD+ แต่ทาง XDA ก็ชี้ว่า หน้าจอ QHD+ กับ FHD+ กินไฟต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ฉะนั้นจึงไม่ใช่สาเหตุหลัก อย่างไรก็ตาม ปัญหาดังกล่าวเกิดเฉพาะในPixel 7 Pro เท่านั้น ส่วนPixel 7 รุ่นธรรมดาไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด และยังเกิดเฉพาะเมื่อปรับความสว่างหน้าจอเป็นระดับสูง แต่ในโหมดการใช้งานปกติที่ความสว่างต่ำลงมาจะไม่พบปัญหานี้เช่นกัน 

Pixel 7 Pro

ฉะนั้น หากไม่ได้นำมือถือไปใช้งานกลางแดดจ้าเป็นประจำก็คงไม่มีผลกระทบมากนัก โดยล่าสุดทาง XDA ได้ติดต่อไปขอคำชี้แจงจาก Google แล้ว และหากได้เรื่องยังไงเราจะนำมารายงานต่อไป และขอแนะนำ ufa1688bet เว็บคาสิโนออนไลน์สุดฮิต มาพร้อมกับระบบ ฝาก-ถอน ออโต้ เครดิตฟรี ให้บริการทุกเวลา

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

เปิดตัว Tecno Pova 4 มือถือจอยักษ์ 6.82 นิ้ว แบตอึด 6,000mAh ขุมพลัง Helio G99

Tecno Pova 4

Tecno Pova 4 มือถือระดับมิดเรนจ์รุ่นใหม่มาพร้อมจุดเด่นหน้าจอแบบ LCD ขนาดใหญ่เต็มตาถึง 6.82 นิ้ว ความละเอียด HD+ รีเฟรชเรท 90Hz ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 12

ใช้ชิปประมวลผลของ MediaTek อย่าง Helio G99 ที่ให้ความเร็วระดับ 2.2GHz และมีกล้องหลังแบบเลนส์คู่ ความละเอียดสูงสุด 50MP พร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 6,000mAh ที่สามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดทั้งวัน แถมยังรองรับระบบชาร์จไว 18W อีกด้วย 

Tecno Pova 4 ใช้ชิปเซ็ต MediaTek Helio G99 และ RAM ขนาด 8GB

Tecno Pova 4

Tecno Pova 4พร้อมหน้าจอแบบ LCD ขนาดใหญ่เบิ้มถึง 6.82 นิ้ว ความละเอียด HD+ บนอัตราส่วน 20:9 มีค่าความหนาแน่นพิกเซลอยู่ที่ 257ppi รีเฟรชเรท 90Hz ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 12 ครอบด้วยอินเตอร์เฟส HIOS ใช้ชิปประมวลผลของ MediaTek อย่าง Helio G99 ขนาด 6 นาโนเมตร

ความเร็วสูงสุด 2.2GHz ทำงานร่วมกับหน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G52 MC2 เสริมด้วยหน่วยความจำ RAM ขนาด 8GB และมีพื้นที่เก็บข้อมูลภายในความจุสูงสุด 256GB พร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 6,000mAh ที่สามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดทั้งวัน แถมยังรองรับระบบชาร์จไว 18W อีกด้วย

Tecno Pova 4

Tecno Pova 4ยังมากับกล้องหลัง 2 ตัว ความละเอียดระดับ 50MP+2MP รองรับการบันทึกวิดีโอความคมชัด 2K ได้ที่ 30fps พร้อมกล้องหน้าขนาด 8MP ที่ใช้ดีไซน์ทรงหยดน้ำตรงกลางด้านบนหน้าจอ

รองรับการบันทึกวิดีโอความคมชัด FHD ที่ 30fps ในส่วนของการเชื่อมต่อต่าง ๆ ก็รองรับทั้ง USB Type-C 2.0, Bluetooth 5.0, NFC, ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร รวมถึงรองรับคลื่นวิทยุ FM ในตัว นอกจากนี้ยังติดตั้งเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่องด้วย 

Tecno Pova 4

สำหรับTecno Pova 4 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศบังกลาเทศ ไปเมื่อวันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยมีด้วยกัน 2 สี ได้แก่ สีเทา และสีน้ำเงิน มีราคาเปิดตัวอยู่ที่ 21,990 ตากาบังกลาเทศ หรือประมาณ 8,xxx บาท นอกจากนี้ยังมีรุ่นอัปเกรดอย่างPova 4 Pro ที่ออกมาก่อนในราคา 26,900 ตากาบังกลาเทศ หรือประมาณ 10,xxx บาทด้วย ส่วนหลังจากนี้จะมีการนำเข้ามาขายในประเทศไทยด้วยหรือไม่นั้น คงต้องรอติดตามข่าวจากทางTecno Mobile กันอีกทีหนึ่ง และอย่าพลาด สล็อตฟาโรห์ เกมสล็อตยอดนิยมแห่งปี 2022 เล่นง่าย รวยไว ให้รางวัลมากมาย ปลอดภัยสูง

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

เผยสเปค Infinix HOT 20 5G มาพร้อมจอ IPS FHD+ กล้องหลัง 50MP ขุมพลัง Dimensity 810

Infinix HOT 20 5G

Infinix HOT 20 5G มือถือมิดเรนจ์รุ่นใหม่ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นรุ่นพี่เบิ้มของตระกูลHOT 20 Series ที่มี HOT 20S, HOT 20 และ HOT 20i โดยมันพร้อมสเปคที่เหนือกว่า 3 รุ่นก่อนหน้าหลายจุด ติดตั้งหน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ขนาด 6.6 นิ้ว

ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 120Hz ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 12 ใช้ชิปประมวลผล Dimensity 810 ความเร็วสูงสุด 2.4GHz และมีกล้องหลังแบบเลนส์คู่ ความละเอียดระดับ 50MP พร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5,000mAh รองรับระบบชาร์จไว 18W 

Infinix HOT 20 5G ใช้เซ็ต MediaTek Dimensity 810 และ RAM ขนาด 4GB

Infinix HOT 20 5G

Infinix HOT 20 5Gมาพร้อมหน้าจอแบบ IPS LCD ขนาด 6.6 นิ้ว ความละเอียด FHD+ บยอัตราส่วน 20:9 มีค่าความหนาแน่นเม็ดพิกเซลสูงถึง 400ppi รีเฟรชเรท 120Hz

ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 12 ครอบด้วยอินเตอร์เฟส XOS 10.6 ใช้ชิปประมวลผล Dimensity 810 ขนาด 6 นาโนเมตร

ให้ความเร็วสูงสุด 2.4GHz ทำงานร่วมกับหน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G57 MC2 เสริมด้วยหน่วยความจำ RAM ขนาด 4GB ที่มีเทคโนโลยี RAM เสมือน สามารถเพิ่มพื้นที่ได้อีก 3GB เป็น 7GB เพื่อการใช้งานที่ลื่นไหลยิ่งขึ้น

และมีพื้นที่เก็บข้อมูลภายในความจุ 128GB พร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5,000mAh รองรับระบบชาร์จไว 18W แถมยังรองรับระบบ Reverse charging 5W สำหรับชาร์จแบตให้อุปกรณ์อื่นได้ด้วย

Infinix HOT 20 5G

มือถือInfinix HOT 20 5G ติดตั้งกล้องหลัง 2 ตัว ความละเอียดระดับ 50MP+2MP รองรับการบันทึกวิดีโอความคมชัด 2K ที่ 30fps พร้อมกล้องหน้าขนาด 8MP ที่ใช้ดีไซน์ทรงหยดน้ำตรงกลางด้านบนหน้าจอ

นอกจากนี้ ยังติดตั้งลำโพงสเตอริโอ ระบบเสียง DTS Sound ให้เสียงดังกระหึ่ม ในส่วนของการเชื่อมต่อต่าง ๆ ก็รองรับทั้ง 4G/5G, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.1, USB Type-C, NFC รวมถึงช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร

Infinix HOT 20 5G

แถมยังติดตั้งเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านข้างตัวเครื่องด้วย  สำหรับInfinix HOT 20 5G เริ่มวางจำหน่ายในประเทศแถบยุโรป โดยมีด้วยกัน 3 สี ได้แก่ สีดำ, สีฟ้า และสีเขียว มีราคาเปิดตัวอยู่ที่ 179 ยูโร หรือประมาณ 6,5xx บาท

และคาดว่าน่าจะมีการนำเข้ามาขายในบ้านเราด้วย แต่จะเข้ามาช่วงไหนนั้นคงต้องรอติดตามข่าวกันอีกทีหนึ่ง และอย่าพลาด ufa747 เว็บพนันออนไลน์สุดปัง ฝาก-ถอนไม่มีขั้นต่ำ เล่นง่าย รวยไว ปลอดภัยสูง

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

หลุดภาพเคส Galaxy S23 ใช้ดีไซน์กล้องหลังคล้าย Galaxy Z Fold4

Galaxy S23 ว่าที่เรือธงรุ่นต่อไปของค่าย Samsung ที่เริ่มมีข่าวลือข่าวหลุดออกมาบ่อย ๆ ในระยะหลัง ล่าสุดก็มีแหล่งข่าวดังออกมาปล่อยภาพเคสมือถือของเจ้า S23 ที่เผยให้เห็นดีไซน์ตัวเครื่องด้านหลังแบบชัดเจน

เพียงแต่คราวนี้ไม่เหมือนกับรูปเรนเดอร์ตัวเครื่องที่เคยออกมาก่อนหน้านี้ซะอย่างงั้น เนื่องจากมันมีโมดูลกล้องรูปทรงแคปซูลแนวตั้งที่นูนออกมาจากตัวเครื่อง ติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัว คล้ายกับGalaxy Z Fold 4 แต่ภาพเรนเดอร์ก่อนหน้านี้บอกว่ามันจะใช้กล้องหลังดีไซน์แบบเดียวกับGalaxy S22 Ultra 

Galaxy S23 อาจมาพร้อมหน้าจอขนาด 6.1 นิ้ว และมีขนาดตัวเครื่องที่เท่ากับ S22 รุ่นก่อน

Galaxy S23

Ice Universe แหล่งข่าวหลุดชื่อดัง ได้ออกมาปล่อยภาพเคสมือถือของGalaxy S23 ซึ่งเผยให้เห็นดีไซน์ตัวเครื่องด้านหลังแบบชัดเจน เพียงแต่คราวนี้มันไม่เหมือนกับรูปเรนเดอร์ตัวเครื่องที่ถูกปล่อยออกมาก่อนหน้านี้ เนื่องจากมันมีโมดูลกล้องรูปทรงแคปซูลแนวตั้งที่นูนออกมาจากตัวเครื่อง ติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัว คล้ายกับGalaxy Z Fold 4 แต่ภาพเรนเดอร์ก่อนหน้านี้บอกว่ามันจะใช้กล้องหลังดีไซน์แบบเดียวกับGalaxy S22 Ultra

Galaxy S23

ในส่วนของสเปคต่าง ๆ ก็มีข้อมูลปล่อยออกมาเพิ่มว่าGalaxy S23 จะมาพร้อมหน้าจอแบบ AMOLED ขนาด 6.1 นิ้ว และมีขนาดตัวเครื่องเท่ากับ S22 รุ่นก่อน ใช้ชิปประมวลผล 2 รุ่น ได้แก่ Snapdragon 8 Gen 2 และ Exynos 2300 ขึ้นอยู่กับโซนที่วางจำหน่าย 

ส่วนเรื่องแบตเตอรี่คาดว่ารุ่น S23+ จะมีขนาด 4,700mAh ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า S22+ ราว 100mAh แต่ในรุ่นท็อปอย่าง S23 Ultra อาจจะเพิ่มขนาดขึ้นเป็น 5,000mAh เท่ากับ S22 Ultra แต่สำหรับแบตเตอรี่ของ S23 ยังคงเป็นปริศนา  

Galaxy S23

ทั้งนี้ คาดกันนว่าทาง Samsung จะมีกำหนดเปิดตัวGalaxy S23 รวมถึงมือถือรุ่นอื่นในซีรีส์อย่างเป็นทางการช่วงเดือนมีนาคม 2023 แต่ก็มีบางกระแสข่าวที่ออกมาบอกว่า อาจมีการเลื่อนกำหนดวันเปิดตัวให้ไวขึ้นเป็นช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์

เพราะทาง Samsung ต้องการเข็นมือถือเรือธงของตัวเองออกมาแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดกับ iPhone 14 Series ของ Apple ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อช่วงกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา ให้ได้โดยเร็วที่สุดนั่นเอง และอย่าพลาด star5566 เว็บเดิมพันออนไลน์ เว็บตรง ทางเข้า หลากหลาย พร้อม เครดิตฟรี 24ชม.

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

Facebook งานเข้าไม่หยุด ถูกผู้ใช้ฟ้องร้องข้อหาล้วงข้อมูลผู้ใช้ผ่านช่องโหว่ระบบ iOS

Facebook

Facebook ผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียรายใหญ่มักมีคดีความฟ้องร้องกับผู้ใช้มาให้ปวดหัวไม่หยุดหย่อนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยล่าสุดผู้ใช้ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้ฟ้องร้องว่า บริษัททำการล้วงข้อมูลของผู้ใช้งานผ่านช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการ iOS ของ Apple ซึ่งไม่เพียงเป็นการการละเมิดนโยบายด้านความปลอดภัยของ Apple แต่ยังละเมิดกฎหมายความเป็นส่วนตัว รวมถึงกฎหมายเกี่ยวกับการดักฟัง เข้าข่ายแทรกแซงการสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาต

Facebook ถูกกล่าวหา ติดตามกิจกรรมทางออนไลน์ของผู้ใช้ผ่านเว็บเบราว์เซอร์

Facebook

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า มีผู้ใช้งาน Facebook ได้ยืนฟ้องต่อศาลในรัฐแคลิฟอร์เนีย อ้างว่า บริษัท Meta หลีกเลี่ยงมาตรการป้องกันข้อมูลส่วนตัวของบริษัท Apple ด้วยการติดตามข้อมูลผู้ใช้ผ่านทางเว็บเบราว์เซอร์ที่ติดตั้งในแอปพลิเคชั่นโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ที่อยู่ในเครือ Meta

ซึ่งจะเปิดขึ้นเมื่อผู้ใช้กดเปิดลิงค์ที่ปรากฎในแอป โดยการกระทำดังกล่าวไม่เพียงเป็นการใช้ช่องโหว่ที่อยู่ในระบบปฏิบัติการ iOS เพื่อละเมิดนโยบายด้านความปลอดภัยของ Apple เท่านั้น แต่ยังละเมิดกฎหมายความเป็นส่วนตัว รวมถึงกฎหมายเกี่ยวกับการดักฟัง เข้าข่ายแทรกแซงการสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาต

Facebook

ทั้งนี้ ผู้ใช้ที่ยื่นฟ้องบริษัท Meta ระบุว่า บริษัททำการติดตามกิจกรรมออนไลน์ของผู้ใช้แทบทุกฝีเก้าผ่านเบราว์เซอร์ที่ติดตั้งในแอปต่าง ๆ ของ Meta ทำให้บริษัทสามารถติดตามกิจกรรมทุกอย่างของผู้ใช้ได้ ไม้เว้นแม้แต่ข้อมูลส่วนตัวที่ควรเป็นความลับอย่าง พาสเวิร์ดต่าง ๆ 

ขณะที่ตัวแทนของ Facebook ออกมากล่าวว่า ข้อกล่าวหาของผู้ใช้รายนี้ไม่เป็นความจริง เพราะเว็บเบราว์เซอร์ในแอปถูกออกแบบโดยคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ และทางบริษัทจะดำเนินการทางกฎหมายอย่างเต็มที่เพื่อปกป้องตัวเอง”

Facebook

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช้ครั้งแรกที่ Facebook ถูกแฉว่าแอบติดตามข้อมูลผู้ใช้ผ่านเบราว์เซอร์ในแอปเครือ Meta เพราะเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา “เฟลิกซ์ เคราซ์” (Felix Krause) นักวิจัยด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ได้ออกมาแสดงความกังวลว่า แอปโซเชียลในเครือ Meta อาจถูกใช้ติดตามข้อมูลผู้ใช้ได้ โดยเขาเรียกร้องให้ Meta ใช้เปิดเบราว์เซอร์ Safari ของ Apple แทน เพื่อปิดกั้นช่องโหว่ในการติดตามข้อมูลผู้ใช้ และขอเสนอ betclic88 ทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจของการแทงบอล เดิมพันง่าย ได้เงินจริง ให้รางวัลมากมาย

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

ลือสนั่น! Galaxy S24 Series อาจรองรับ Wi-Fi 7 เปิดตัวครึ่งหลังของปี 2024

Galaxy S24 Series

Galaxy S24 Series มือถือเรือธงรุ่นประจำปี 2024 ได้มีข่าวลือหลุดออกมาว่า มันอาจเป็นมือถือรุ่นแรก ๆ ของโลกที่รองรับมาตรฐาน Wi-Fi 7 ซึ่งสามารถทำความเร็วในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้สูงสุดถึง 30Gbps หรือสูงกว่า Wi-Fi6 ที่ใช้งานกันในปัจจุบันหลายเท่า

สามารถใช้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้หลากหลายขึ้น ไม่ว่าจะเป็น สตรีมวิดีโอความคมชัดระดับ 8K, cloud computing, AR/VR, ฯลฯ ยิ่งไปกว่านั้น Wi-Fi 7 ยังรองรับย่านความถี่เก่า ๆ อย่าง 2.4GHz, 5GHz และ 6GHz ได้ด้วย 

 Galaxy S24 Series อาจเปิดตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2024

Galaxy S24 Series

ตามการเปิดเผยของแหล่งข่าวต่างประเทศระบุว่าGalaxy S24 Series อาจเป็นมือถือรุ่นแรก ๆ ของโลกที่รองรับมาตรฐาน Wi-Fi 7 ซึ่งสามารถทำความเร็วในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้สูงสุดถึง 30Gbps หรือสูงกว่า Wi-Fi6 ที่ใช้งานกันในปัจจุบันมากกว่า 2 เท่า

สามารถใช้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้หลากหลายขึ้น ไม่ว่าจะเป็น สตรีมวิดีโอความคมชัดระดับ 8K, cloud computing, AR/VR, ฯลฯ ยิ่งไปกว่านั้น Wi-Fi 7 ยังรองรับย่านความถี่เก่า ๆ อย่าง 2.4GHz, 5GHz และ 6GHz ได้ด้วย ทำให้มีความยืดหยุ่นในการใช้งานสูงกว่า Wi-Fi เวอร์ชั่นเก่า

Galaxy S24 Series

ทั้งนี้ บริษัทผู้ผลิตชิปประมวลผลรายใหญ่ทั้ง MediaTek และ Qualcomm ต่างก็กำลังเร่งพัฒนาชิปที่รองรับมาตรฐาน Wi-Fi 7 กันอย่างเต็มที่ ทำให้คาดกันว่ามาตรฐาน Wi-Fi 7 น่าจะเริ่มใช้งานกันอย่างแพร่หลายในช่วง 1 – 2 ปีต่อจากนี้อย่างแน่นอน 

Galaxy S24 Series

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะพูดถึงรายละเอียดต่าง ๆ ของGalaxy S24 Series เพราะกว่าที่มันจะเปิดตัวก็ต้องรออีกเกือบ 2 ปี แต่ในช่วงต้นปี 2023

จะมีการเปิดตัวGalaxy S23 Series ซึ่งคาดว่าจะมาพร้อมหน้าจอแสดงผลขนาด 6.1, 6.6 และ 6.8 นิ้ว เท่ากับ S22 Series ใช้ขุมพลังรุ่นใหม่อย่าง Snapdragon 8 Gen 2

ที่กำลังจะเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้ พร้อมจีพียู Adreno 740 และยังมีข่าวว่ามันจะมาพร้อมกล้องหลังความละเอียดสูงสุดถึง 200MP และกล้องหน้าความละเอียดสูงสุดถึง 40MP ส่วนสเปคอื่น ๆ

คงต้องติดติดตามในวันเปิดตัวอีกทีหนึ่ง  และอย่าพลาด สล็อต ยู ฟ่า 777 เล่นง่าย ได้เงินจริง ระบบฝากถอนมาตรฐานสากล รวดเร็ว ปลอดภัย ให้รางวัลสูง

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

เตรียมเปิดตัว OnePlus 11 Pro มือถือเรือธงมาพร้อมจอ AMOLED ชาร์จไว 100W ขุมพลัง SD8 Gen 2

OnePlus 11 Pro

OnePlus 11 Pro ว่าที่มือถือเรือธงรุ่นใหม่ ที่ก่อนหน้านี้เคยมีภาพเรนเดอร์หลุดออกมา ล่าสุดก็มีข้อมูลสเปคส่วนใหญ่หลุดตามออกมาเพิ่ม โดยจะมาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด QHD+ รีเฟรชเรท 120Hz

ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 13 ใช้ขุมพลัง Snapdragon 8 Gen 2 ที่คาดว่าจะให้ความเร็วสูงสุดถึง 3.5GHz

และมีกล้องหลัง 3 ตัว ความคมชัดสูงสุด 50MP พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 5,000mAh รองรับระบบชาร์จไว 100W ชาร์จไร้สายที่ 50W 

OnePlus 11 Pro มาพร้อมชิป Snapdragon 8 Gen 2 และ RAM ขนาดสูงสุด 16GB

OnePlus 11 Pro

OnePlus 11 Proคาดว่าจะมาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด QHD+ บนอัตาส่วน 20:9 มีค่าความหนาแน่นพิกเซลที่ 526ppi รีเฟรชเรท 120Hz

และติดตั้งเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ ครอบด้วยกระจก Corning Gorilla Glass Victus ที่สามารถป้องกันรอยขีดข่วนได้เป็นอย่างดี

ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 13 ตั้งแต่แกะกล่อง ครอบด้วยอินเตอร์เฟส OxygenOS 13 ใช้ขุมพลังตัวแรงอย่าง Snapdragon 8 Gen 2

ที่คาดว่าจะให้ความเร็วสูงสุดถึง 3.5GHz ทำงานร่วมกับหน่วยความจำ RAM ขนาดสูงสุด 16GB และมีพื้นที่เก็บข้อมูลภายในแบบ UFS 3.1 ความจุสูงสุด 256GB พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 5,000mAh รองรับระบบชาร์จไว 100W ชาร์จไร้สายที่ 50W 

OnePlus 11 Pro

OnePlus 11 Proยังมีกล้องหลัง 3 ตัว ที่พัฒนาโดยแบรนด์ Hasselblad ติดตั้งอยู่บนโมดูลทรงกลมขนาดใหญ่แปะโลโก้ Hasselblad ความละเอียดระดับ 50MP+48MP+32MP รองรับการบันทึกวิดีโอความคมชัด 8K ที่ 24Fps / 4K ที่ 120fps พร้อมกล้องหน้าขนาด 16MP

รองรับการบันทึกวิดีโอความคมชัด FHD ที่ 30fps  ในส่วนของการเชื่อมต่อต่าง ๆ คาดว่าจะรองรังทั้ง Wi-Fi6E, Bluetooth 5.3, USB Type-C 3.1 และ NFC  นอกจากนี้ตัวเครื่องยังรองรับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 ที่สามารถกันน้ำลึกไม่เกิน 1.5 เมตร เป็นเวลา 30 นาทีด้วย 

OnePlus 11 Pro

สำหรับOnePlus 11 Pro คาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2023 ส่วนเรื่องราคาวางจำหน่ายและประเทศที่จะวางขายนั้นยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด ซึ่งคงต้องรอติดตามข่าวจากทางOnePlus อีกทีหนึ่ง และอย่าพลาด vip ufa คาสิโนออนไลน์ UFABET ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ เล่นง่าย รวยไว ให้รางวัลมากมาย

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

Galaxy S23 Series ที่จะวางขายในบางประเทศจะใช้ชิป Exynos 2300 แทน Snapdragon 8 Gen 2

Galaxy S23 Series

Galaxy S23 Series ว่าที่มือถือเรือธงประจำปี 2023 ของ Samsung มีข่าวลือหลุดออกมาอีกรอบว่า ทางบริษัทมีแผนที่จะใช้ชิปเซ็ต Exynos 2300 ที่พัฒนาเองกับมือถือที่วางขายในต่างประเทศบางประเทศ (อีกแล้ว) ซึ่งจะทำให้Galaxy S23 มีด้วยกัน 2 เวอร์ชั่น คือ เวอร์ชั่นที่ใช้ชิป Snapdragon 8 Gen 2 และ Exynos 2300 เพียงแต่คราวดนี้รุ่นที่ใช้ชิป Snapdragon 8 Gen 2 จะมีสัดส่วนมากกว่ารุ่นที่ใช้ Exynos 2300 อยู่ประมาณหนึ่ง 

Galaxy S23 Series กำลังพัฒนาชิป Exynos 2300 ขนาด 4 นาโนเมตร ความเร็ว 3.05GHz 

Galaxy S23 Series

Ice Universe แหล่งข่าวหลุดวงการสมาร์ทโฟนออกมาเปิดเผยว่าGalaxy S23 Series ที่กำลังจะเปิดตัวในปี 2023 อาจใช้ชิปเซ็ต Exynos 2300 ที่พัฒนาเองกับมือถือที่วางขายในต่างประเทศบางประเทศ ซึ่งจะทำให้Galaxy S23 มีด้วยกัน 2 เวอร์ชั่น คือ เวอร์ชั่นที่ใช้ชิป Snapdragon 8 Gen 2 สถาปัตยกรรม 4 นาโนเมตร ความเร็ว 3.5GHz และ Exynos 2300 ขนาด 4 นาโนเมตร ความเร็ว 3.05GHz โดยจะแบ่งรุ่นออกไปตามโซนประเทศว่าใครจะได้ชิปตัวไหน

Galaxy S23 Series

เพียงแต่คราวดนี้รุ่นที่ใช้ชิป Snapdragon 8 Gen 2 จะมีสัดส่วนมากกว่ารุ่นที่ใช้ Exynos 2300 อยู่ประมาณหนึ่ง แต่สำหรับบ้านเราเชื่อว่าน่าจะมีโอกาสได้ใช้ชิป Exynos 2300 มากกว่า เพราะเพื่อพิจารณาจากมือถือตระกูล Galaxy S รุ่นก่อน ๆ ที่นำเข้ามาขายก็จะเห็นได้ว่าเป็นเวอร์ชั่นที่ใช้ชิปตระกูล Exynos แทบทั้งสิ้น ยกตัวอย่าง Galayx S21 รุ่นขายไทยจะใช้ชิป Exynos 2100 แต่ต่างประเทศส่วนใหญ่จะใช้ชิป Snapdragon 888 

Galaxy S23 Series

อย่างไรก็ตาม นักวเคราะห์ชื่อดัง “Ming-Chi Kuo” กลับออกมาแย้งข้อมูลของ Ice Universe โดยระบุว่า Samsung มีแผนจะใช้ชิปประมวลผล Snapdragon 8 Gen 2 กับGalaxy S23 Series ทุกเครื่องที่วางขายในตลาดทั่วโลก ไม่มีการแบ่งเป็น 2 เวอร์ชั่น Snapdragon กับ Exynos อีกต่อไป  ซึ่งตอนนี้คงยังไม่มีใครสามารถฟันธงได้ว่าข่าวไหนจริงกันแน่ คงต้องรอจนกว่าทาง Samsung จะเปิดตัว S23 อย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2023 ถึงจะมีรายละเอียดออกมามากขึ้น และไม่ควรพลาด ufa99k ทุนน้อยก็เล่นได้ เล่นได้ไม่มีขั้นต่ำ เล่นมาก ได้มาก สมัครฟรีเครดิต ให้รางวัลสูง

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

เปิดตัว vivo Y32t 4G มาพร้อมจอ IPS 6.51 นิ้ว แบตอึด 5,000mAh ชิปเซ็ตสองเวอร์ชั่น

vivo Y32t 4G

vivo Y32t 4G มือถือระดับมิดเรนจ์รุ่นล่าสุดของค่าย vivo ที่คราวนี้มาแปลกกว่าทุกครั้ง เนื่องจากมันมีชิปเซ็ตให้เลือกถึง 2 เวอร์ชั่น ได้แก่ Helio G70 และ Snapdragon 680 แต่ในส่วนของสเปคอื่น ๆ ก็ยังคงเหมือนกันหมด

ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอแสดผลแบบ IPS LCD ขนาด 6.51 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD+ ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 12 และมีกล้องหลังแบบสองตัว ความละเอียดสูงสุด 13MP พร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5,000mAh รองรับระบบชาร์จไวระดับ 18W 

vivo Y32t 4G มาพร้อมชิปประมวลผล Helio G70 และ Snapdragon 680 

vivo Y32t 4G

vivo Y32t 4Gมาพร้อมชิปประมวลผลถึง 2 รุ่น จาก 2 ค่าย วางขายควบคู่กันไป ได้แก่ MediaTek Helio G70 ขนาด 12 นาโนเมตร ความเร็ว 2.0GHz และ Qualcomm Snapdragon 680 ขนาด 6 นาโนเมตร ความเร็ว 2.4GHz โดยรุ่นที่ใช้ชิปเซ็ต Helio G70

จะมาพร้อมหน่วยความจำ RAM แบบ LPDDR4X ขนาด 8GB และมีพื้นที่เก็บข้อมูลภายในแบบ UFS 2.1 ความจุ 128GB รองรับ Bluetooth เวอร์ชั่น 4.2

ส่วนรุ่นที่ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 680 จะใช้หน่วยความจำ RAM LPDDR4X เหมือกนกัน แต่ในส่วนพื้นที่เก็บข้อมูลภายในจะอัพเกรดเป็นแบบ UFS 2.2 ความจุ 256GB และรองรับ Bluetooth 5.0 

vivo Y32t 4G

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสเปคอื่น ๆ ก็เรียกได้ว่าเหมือนกันหมด ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอแบบ IPS LCD ขนาด 6.51 นิ้ว ความละเอียด HD+ บนอัตราส่วน 20:9 ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 12 พร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5,000mAh

รองรับระบบชาร์จไวระดับ 18W ติดตั้งกล้องหลังแบบสอวตัว ความละเอียด 13MP+2MP รองรับการบันทึกวิดีโอความคมชัด FHD ที่ 30fps และมีกล้องหน้าขนาด 8MP

ที่ใช้ดีไซน์ทรงหยดน้ำตรงกลางด้านบนหน้าจอ รองรับการเชื่อมต่อ Dual-band Wi-Fi, พอร์ต microUSB รวมถึงช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร และยังติดตั้งเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่องด้วย

สำหรับvivo Y32t 4G มีราคาเปิดตัวรุ่นที่ใช้ชิป Helio G70 อยู่ที่ 1,099 หยวน หรือประมาณ 5,xxx บาท ส่วนรุ่นที่ใช้ชิป Snapdragon 680 อยู่ที่ 1,299 หยวน หรือประมาณ 6,xxx บาท

vivo Y32t 4G

ส่วนหลังจากนี้จะมีการส่งออกมาขายยังต่างประเทศด้วยหรือไม่นั้น คงติดตามข่าวจากทาง vivo กันอีกทีหนึ่ง และอย่าพลาด uf99999  คาสิโนออนไลน์ ยูฟ่าเบท เล่นง่ายได้เงินจริง กับระบบ ฝากถอนออโต้ ให้รางวัลสูง

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่